27 เมษายน 2014 เป็นวันที่สุดแสนเจ็บปวดสำหรับ สตีเว่น เจอร์ราร์ด และเหล่าสาวก “เดอะ ค็อป” เพราะเป็นวันที่ทำให้ความฝันในการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่รอคอยมานานต้องพังทลายจากความพ่ายแพ้ เชลซี คาสนามแอนฟิลด์ เมื่อฤดูกาล 2013/2014

           ย้อนไปเมื่อ 6 ปีก่อน ลิเวอร์พูล ภายใต้การกุมบังเหียนของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นโดยเฉพาะเกมรุกที่ยิงประตูคู่แข่งถล่มทลาย และสะกดคำว่าแพ้ไม่เป็นถึง 16 แมตช์ในลีก โดยเป็นชัยชนะ 11 เกมรวด ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นแมตช์ชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-2 ส่งผลให้พวกเขานำ “เรือใบสีฟ้า” 5 คะแนนและเหลือเกมลงเล่นแค่ 3 แมตช์เท่านั้น

           ในเวลานั้น “หงส์แดง” ต้องการแค่ 7 แต้มจาก 3 เกมสุดท้ายก็เพียงพอที่จะทำให้พวกเขาได้เติมเต็มสิ่งที่รอคอยมานานกว่า 2 ทศวรรษ (ในเวลานั้น) และการเปิดรังแอนฟิลด์ รับมือ เชลซี ก็ไม่ใช่งานยากลำบากเนื่องจากทีมเยือนไม่มีลุ้นแชมป์แล้ว แถมยังพักผู้เล่นหลักหลายคน

 

           แน่นอนว่า โชเซ่ มูรินโญ่ นำทัพ “สิงโตน้ำเงินคราม” มาเยือน “เดอะ เร้ดส์” พร้อมกับรถบัส 2 ชั้นนั่นก็คือการเล่นแบบไม่เน้นบุกแต่ก็ไม่ได้อุดจนน่าเกลียด แค่รออาศัยความผิดพลาดจากคู่แข่ง แล้วฉกฉวยมันให้ได้ก็พอ

           การเล่นที่อดทน ไร้ความกดดัน สวนทางกับ ลิเวอร์พูล ที่รู้สึกจะกดดันตัวเองเพราะพยายามที่จะเปิดเกมรุกเพื่อเอาชนะตามสไตล์ของ “บีร็อด” ซึ่งจริงๆ แล้วเกมนี้พวกเขาสามารถเน้นได้ แต่ไม่ควรประมาท เพราะผลเสมอก็ยังถือว่าปลอดภัยในการลุ้นแชมป์

 

           สถานการณ์ทุกอย่างอยู่ในมือ “หงส์แดง” พวกเขาครองเกมได้ตลอด แต่ไม่สามารถส่งบอลเข้าไปซุกก้นตาข่ายทีมเยือนได้ และในช่วงทดเวลาบาดเจ็บครึ่งแรก เจอร์ราร์ด อาจจะเสียสมาธิหรืออะไรก็แล้วแต่ ดันจับบอลหลุดเท้า และพยายามหันกลับไปเอาบอลแต่ดันลื่นล้ม ส่งผลให้ เดมบา บา หลุดเข้าไปซัดบอลผ่านมือ ซิมง มิโญเลต์ เข้าไปซุกก้นตาข่าย

          จริงๆ แล้วหากสกอร์จบลง 0-0 ในครึ่งแรก  คาดว่า ร็อดเจอร์ส อาจจะวางหมากใหม่เพื่อทำลายรถบัส 2 คันของ มูรินโญ่ แต่การต้องตกเป็นรอง 1-0 ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ทุกอย่างเข้าทาง “เฮียมู” ซึ่งขึ้นชื่อลือชาในฐานะเจ้าพ่อจอมวางแท็คติกอยู่แล้ว

 

          ก็เป็นไปตามคาด ในครึ่งหลัง เชลซี แทบไม่ต้องทำอะไรแค่ตั้งรับและรอสวนกลับ ซึ่งก็ได้ผลเมื่อพวกเขาได้ประตูตอกฝาโลงจากการประสานงานของ วิลเลี่ยม ซึ่งความพ่ายแพ้คาบ้านต่อหน้าสาวก “เดอะ ค็อป” 2-0 มันเป็นสิ่งที่ทำลายความมั่นใจทุกอย่าง แถมฮีโร่ของพวกเขาดันมีส่วนกับคามพ่ายแพ้ซะด้วย ยิ่งทวีความเจ็บปวดเข้าไปอีก

          หลังจากเกมพลาดท่า เชลซี แล้ว ลิเวอร์พูล ยังทำแต้มหลุดมือแบบไม่น่าเชื่อในเกมถัดมาเมื่อพวกเขาบุกไปทำได้แค่เสมอ “ดิ อีเกิ้ลส์” 3-3 ทั้งๆ ที่พวกเขายิงประตูนำไปก่อน 3-0 แต่โดนเจ้าบ้านยิงประตูคืน 3 ลูกรวดในช่วง 10 นาทีสุดท้าย

 

          สุดท้าย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ของกุนซือมานูเอล เปเยกรินี่ ปาดหน้าแซง “เดอะ เร้ดส์” คว้าแชมป์ไปครอง โดยหลายคน (ซึ่งอาจจะมีแฟน “หงส์แดง” ด้วย) เชื่อว่าจังหวะการลื่นของ กัปตันสตีวี่จี คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้พวกเขาพลาดแชมป์ลีก

          แม้ว่าแฟนบอลลิเวอร์พูลจะเจ็บปวดแต่คนที่เจ็บปวดที่สุดคงหนีไม่พ้น เจอร์ราร์ด ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นฮีโร่ของแฟน “เดอะ เร้ดส์” และถึงแม้ว่าเรื่องนี้จะผ่านไป 6 ปีแล้วก็ตาม แต่เมื่อวันที่ 27 เม.ย.วนกลับมาอีกครั้ง มันก็อดไม่ได้ที่จะทำให้เขาหวนนึกถึงเรื่องราวในวันนั้น และทำให้เขาได้ชื่อว่าตำนานไร้มงกุฎแชมป์ลีกแห่งแอนฟิลด์

 

         “แน่นอนว่า อืมม ผมคิดเรื่องนี้ทุกวัน ผมรู้สึกเชื่อมั่นว่าจะช่วย ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์ได้ แต่เมื่อวิเคราะห์อย่างมีเหตุผลแล้วผมเข้าใจว่ามันไม่ใช่แค่จังหวะนั้น แต่มันก็ยังคงเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตผม และ

 

ยังอยู่ในหัวของผม มีหลายคนพยายามพูดให้ผมรู้สึกดีว่า -มันต้องมองทั้งหมด 38 เกม- แต่ผมยังรู้สึกว่าเบื้องหลังสิ่งที่คุณพูดกับผมในช่วงเวลานั้นมันมีความสำคัญมากๆ”

         “นั่นเป็นช่วงเวลาที่สำคัญจริงๆ เบรนแดน (ร็อดเจอร์ส) เคยพูดว่าการที่ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน โดน

แบนส่งผลกระทบกับเรา มันอาจจะเป็นแค่เปอร์เซนต์เล็กๆ เท่านั้น มีเรื่องราวมากมายในระหว่างซีซั่น แต่มันไม่เหมือนกับช่วงเวลานั้นที่มีผลต่อทีมชุดนั้น เรื่องนั้นยังคงอยู่ในใจของทุกๆ คนที่พยายามทำให้ผมรู้สึกดี” 

          ทุกวันนี้ เจอร์ราร์ด ยังคงรู้สึกเศร้าเมื่อนึกถึงประสบการณ์ที่เลวร้ายในครั้งนั้น “นี่เป็นการเปิดใจครั้งแรกนับตั้งแต่เหตุการณ์นั้น ผมไม่แน่ใจว่าจะปิดมันได้อีกไหม เพราะผมไม่สามารถเปลี่ยนแปลงประสบการณ์นั้นได้ ผมไม่ได้บ้าคลั่งกับเรื่องนั้นตลอด แต่ในขณะเดียวกันมันเป็นปีที่สำคัญมากๆ ผมพลาดโทรฟี่แชมป์ ผมมักจะนึกย้อนกลับไป และอยากให้เรื่องราวทั้งหมดมันแตกต่างจากที่เกิดขึ้น”

          หลังจบเกมที่แพ้ เชลซี แล้ว เจอร์ราร์ด ตัดสินใจขึ้นเครื่องบินเดินทางไปโมนาโกทันที โดยไม่มีใครทราบเหตุผลที่เขาทำแบบนั้น จนกระทั่งเจ้าตัวยอมเปิดเผยหลังเหตุการณ์ลื่นครบรอบ 6 ปีว่า “เพราะมันเป็นช่วงเวลาที่โคตรยากจะทำใจ มันยากกว่าสิ่งที่ผู้คนคิด นี่เป็นเพียงครั้งเดียวตลอดอาชีพของผม 20 ปีที่รู้สึกหมดอาลัยตายอยาก ร่างกายของผมไม่มีความรู้สึก มันเป็นอะไรที่เลวร้ายที่สุด”

 

         การต้องแขวนสตั๊ดโดยที่ไม่ได้แชมป์พรีเมียร์ลีก ถือเป็นบาดแผลที่อยู่ในใจ เจอร์ราร์ด เสมอ แต่เขาก็ยังคงเป็นฮีโร่ของสาวก “เดอะ ค็อป” เพราะ 17 ปีในแอนฟิลด์ “สตีวี่จี” ช่วยสโมสรคว้าแชมป์มากมายทั้ง เอฟเอ คัพ 2 สมัย, ลีก คัพ 3 สมัย, ยูฟ่า คัพ และที่สำคัญโทรฟี่ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 

 

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ label-vie.net พร้อมข่าวกีฬา ข่าวบันเทิง และข่าวสารอื่นๆอีก

มากมาย สนใจร่วมเล่นเกมออนไลน์แสนสนุกกับเรา เล่นง่าย เล่นฟรี ไม่มีโกง ปลอดภัยแน่นอน 100% ไร้กังวล 

vxbet365

สนใจคลิ๊กลิงก์ vxbet365 แล้วมาร่วมสนุกได้เลย สมัครตอนนี้รับฟรีโบนัสพิเศษมากมายที่ vxbet365

  • สามารถดูบอลสดได้ฟรีทั่วโลก
  • มีโปรโมชั่นแทงบอลดีที่สุด
  • แทงบอลผ่านมือถือ และอื่นๆทุกระบบ
  • สะดวก สบาย ติดต่อง่าย ได้ทุกช่องทาง
  • ฝาก ถอน อัตโนมัติ ฉับไว ปลอดภัยหายห่วง